| waun's profile~tHerE Is nOtHinG pErmaN...PhotosBlogLists | Help |
~tHerE Is nOtHinG pErmaNenT eXcePt cHaNgE~http://waun55.hi5.com |
November 08 ลมเย็นๆพัดมาแล้วฉันไม่ชอบเลย...เช้าวันนี้เปลี่ยนทางเดินไปโรงเรียน กลับไปเดินทางเก่าที่เคยใช้เดินตลอดปีที่แล้ว(ก่อนย้ายบ้าน) ระหว่างเดินก็ฟังเพลงไปด้วย อากาศก็โรแมนติกเป็นใจเหลือเกิน แถมต้นไม้ก็เปลี่ยนสี เป็นเหลือง ส้ม แดง สวยเชียว
ทันใดนั้น จิราวรรณก็เหงาขึ้นมาทันที คิดถึงบ้านนนน คิดถึงเดอะแก๊งค์ด้วย แงงงง
เดินผ่านต้นไม้ สนามฟุตบอล ห้องสมุด ก็นึกถึงเมื่อตอนมาเกาหลีใหม่ๆ เป็นช่วงนี้พอดีเลย แต่ความรู้สึกมันต่างกันมากมาย ตอนนั้นเพื่อนเยอะ สนุกมาก อะไรก็ใหม่แล้วก็น่าตื่นเต้นไปหมด ไม่เคยอยากกลับบ้านเลย ให้ตายเหอะ ฮ่าๆ
ว่างๆก็ไปนั่งเล่นสนามฟุตบอลกับเพื่อน ฟังเด็กเกาหลีตีกลอง ซ้อมเต้น ฟังเพื่อนเป่าขลุ่ย ไปคอฟฟี่ช็อป นั่งเม้า อะไรต่อมิอะไร
แต่ว่าวันนี้ความรู้สึกมันแปลกๆ เหงาบอกไม่ถูก เพื่อนๆที่สนิทกันก็ห่างหาย แยกย้าย แงงง
เหงาวุ้ยยยย
September 16 ถึงจุดพีคคค คิดอยู่แล้วว่าเรียนโทเนี่ย มันต้องเหนื่อย ยาก งานเยอะ วุ่นวือ แต่ก็ไม่เหมือนที่คิดเลย ... มันโหดกว่านั้นมาก แงงง อยากจะร้องงดังดัง เป็นปาล์มมี่ (บ้าไปแว้วว) แล้วยิ่งต้องมาเรียนด้วยภาษาที่ไม่ใช่ภาษาเราเองอีก เง้อออ ไอที่อาจารย์พูดไม่เท่าไหร่ พอจับๆได้ แต่พอมาอ่านหนังสือนี่ดิ่ แมร่งงง เปิดดิกตาปูด จะเอาหนังสือภาษาอังกฤษมาสอนไม่ได้รึไง ไม่อินเตอร์เอาซะเลย งืองือ เราว่าประเด็นก็คือ วิชาที่ลงเรียนเทอมนี้ ดันแจ๊กพ๊อด อาจารย์เขียนหนังสือเองกันหมด แล้วเฮียๆแกก็นะ..เอาหนังสือตัวเองมาสอน (ได้เปอร์เซนต์ชัวร์ป้าบ) แล้วงานเยอะก็มาก สั่งๆๆๆอย่างกับสั่งขี้มูก แมร่งงง ไม่คิดถึงกรูเล้ย เพิ่งรู้ว่าตัวเองเครียดได้ขนาดนี้ก็ตอนที่ มัน...มัน....มันคือ....สิววว ขึ้นมาแปดเม็ดนี่แหล่ะ กำ ตั้งแต่เล็กแต่น้อย ไม่เคยมีสิวเยอะได้ขนาดนี้ เวนนนนเอ้ยย เศร้าใจเลยกรู้ ใครบอกว่ามาเกาหลีแล้วผิวจะสวย แต่ต้องวงเล็บให้ด้วยว่า ไม่ได้มาเรียนโท ..ฮา บ่นไปก็แค่นั้น (อีเด็กเวียตนามที่นั่งข้างๆมันชอบว่าㅠ.ㅠ)เง้อออ ก็จริงของมัน สู้ต่อไป ย้ากกกกก July 03 birthday^^จริงๆแล้วไม่คาดหวัดอะไรกับวันเกิดเลย อยู่ไกลบ้านแบบนี้ ครอบครัวก็ไม่มี เดอะแก๊งค์ก็ไม่อยู่ ช้านนนนอยู่ห่างไกล...แง
แต่เกิดความประทับใจมากมาย เพื่อนๆน่าร๊ากกกก
วันเกิดเราปีนี้ตรงกับวันพฤหัส ก็ไปเรียน(แอบสาย)ด้วย ฮ่าๆ เพือ่นในห้องเมสเสสมาตาม "มีซองงง อยู่หนายยย?" เราเข้าไปนั่งข้างหลังมันแล้วตอบเมสเสสกลับ "อยู่หลังแกไง"
ทำขำได้หนึ่งช็อต โฮะๆ พอตอนพักครึ่งเพื่อนเซอร์ไพร์ซื้อเค้กมาให้ อร่อยมากกก แต่ว่าเขียนชื่อเราผิดเป็น"มีซอน"
กินเค้กกันเกลี้ยงเลย แล้วอ.ก็ให้ของขวัญเป็นหนังสือสองภาษา เกาหลี อังกฤษด้วย ชื่อlove story^^
ตอนบ่ายโดดเรียนพิเศษวิชาวัฒนธรรมหนีไปนวดตัว (เหตุคือ เพื่อนบอกว่า "วันเกิดนะ โดดเถอะไม่เป็นไรหรอก ถ้าแกไม่โดด เราไปนั่งรอที่ร้านกาแฟก็ได้") กำ..กดดันกันชัดๆ
นวดตัวนี่ ครั้งแรกเลยนะเนี่ย โห...ไม่เจ็บอ่า แต่ว่า จั๊กจี้สุดๆ มีเราหัวเราะเสียงดังอยู่คนเดียวในห้องนวด น่าอายชะมัด แต่มันอดไม่ได้จริงๆง่ะ พี่แกเล่นกดซะถูกจุดเลย --" สะดุ้งโหย๋ง
จากนั้นก็ไปดูเต้นb boyz สุดเท่ที่แถวๆ hong-ik โชว์นี้ฝันมานานแล้วว่าจะต้องดูให้ได้ อยากดูมาก ดีใจสุดๆที่ได้ดู พี่แกเท่จริงๆ ตัวเอกหล่อได้ใจ ฮ่าๆ
ถ้าใครสนใจลองดูเว็บนี้นะhttp://www.ballerinawholovesbboy.com/
หลังจากที่ดูบีบอยสุดหล่อเสร็จก็ไปกินอาหารฝรั่งเศส โอ้ววว...แพงได้อีก แต่ว่าก็อร่อยดีนะ แต่ว่าถึงยังไงก็..คิดถึงส้มตำมากกว่านะ แป่ววว
ก่อนกลับกินเค้กไอติมกันต่อ .. เป็นวันที่มีความสุขมากมาย
แล้วเมื่อคืนนี้(วันศุกร์)เพื่อนๆมารวมตัวกัน เพื่อนเนปาล(แอมริด)ทำแกงกะหรี่นปาลให้กินด้วย ส่วนเราทำข้าวห่อสาหร่าย(คิมบับ) อร่อยสุดๆ ไม่เว่อร์นะ ฮ่าๆ ทุกคนชม (หรือเพราะว่าวันเกิดฟระ?) 55
ส่วนคนอื่นๆก็ซื้อเค้ก ผลไม้ ขนมมาตรึม สรุปว่าปีนี้กินเค้กตั้งสามครั้งแหน่ะ แฮะๆ..น้ำหนักหน่ะไว้ลดทีหลังแล้วกันนะ
หนุกหนาน ขอบคุณมากเลยน๊า..เป็นวันเกิดที่ประทับใจเพราะว่าไม่คิดเลยว่าเพื่อนจะทำให้ขนาดนี้ ขอบคุณๆๆ
แล้วก็ยังแอบซึ้งกับทุกคนที่อยู่ไทยแล้วโทรศัพท์มาหา
May 17 ขัดขัดขัดว่างๆก็ไม่รู้จะทำไร แล้วช่วงนี้ร่างกายไม่แข็งแรงซักเท่าไหร่ด้วย เด่วเจ็บคอ เด่วแผ้ผื่นขึ้น เด่วปวดนู่นนี่อย่างกับคนแก่ ก็เลยไปจิมจิลบัง(ห้องอาบน้ำสาธารณะ)อีกแล้ว เดี๋ยวนี้การไปห้องอาบน้ำรวมเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเราไปแล้ว ฮ่าๆ ไม่เขินเหมือนครั้งแรก
แช่น้ำร้อน ขัดขี้ไคล เง้อออ ไหง๋มันเยอะขนาดนี้เนี่ย
ตอนนี้เลยกลายเป็นjimjil bang maniaอิอิ
เมื่อวานมีโอกาสไปเล่นโบว์ลิ่ง เหมือนๆจะดี ทุกรอบเลย คะแนนไม่โหล่นะ แต่พอจะปิดเกมส์ทีไร โหล่ทุ๊กที เซ็งงง
เสียชื่อลูกสาวแชมป์หมดเลย
โบว์ลิ่งคงไม่รอด เอาดีทางสนุกดีก่า
แล้วจากนั้นก็ไปบ้านเดวิด ดูหนังกันกับเพื่อนๆ
เรื่องแรกที่ดูเป็นหนังจีน ชื่อภาษาอังกฤษว่า not one less
เป็นเรื่องของเด็กผู้หญิงอายุสิบสาม ที่ต้องทำหน้าที่คุณครูจำเป็นประจำหมู่บ้านในหุบเขาหนึ่งของจีน
เพราะว่าอาจาร์ยลาหยุดหนึ่งเดือนไปดูแลแม่ที่ป่วย
เด็กหญิงเลยต้องสอนเท่าที่จะทำได้ เป็นทั้งเพื่อนทั้งครู
พอได้เห็นความพยายามที่จะมีการศึกษาเพื่อให้มีชีวิตที่ดีขึ้นของเด็กในหนัง แล้วแอบเศร้ากับตัวเอง
เราอ่ามีโอกาสจะเรียน บางทียังขี้เกียจเลย
เรื่องนี้ทำมาจากเรื่องจริงด้วยนะ ว่างๆลองหามาดูกันได้
มีฉากที่เห็นแล้วสะอึก..
เด็กหญิงที่เป็นครูกับลูกศิษย์ตัวเล็กๆ ไปยกอิฐเพื่อแลกกับเงินน้อยยยนิด
เพื่อเป็นค่ารถให้"ครูจำเป็น" ไปตามเด็กคนหนึ่งที่ออกจากรร. เพื่อไปทำงานหาเงินในเมือง ให้กลับมาเข้าเรียน (เด็กคนนี้ในหนังบอกว่าเกรดสาม น่าจะประมาณเก้าขวบเองนะ..ต้องทำงานแล้วง่า)
พองานเสร็จ ทุกคนเหนื่อยมาก เลยตกลงที่จะแบ่งเงินที่หามาได้ หกหยวน เพื่อซื้อโค้กสองกระป๋อง
เด็กยี่สิบหกคน แบ่งโค้กสองกระป๋องกัน"ชิม"รสชาติ..
เห็นแล้วสะอึกง่า ไม่รู้เพื่อนที่ดูด้วยกันจะรู้สึกยังไง แต่เราเศร้าจัง
หลายคนกินดีอยู่ดี กินทิ้งกินขว้าง ขณะที่คนจำนวนหนึ่ง อีกซีกหนึ่งของโลกได้แค่"ชิม"ก็ถือว่าเป็นเรื่องตื่นเต้นของเค้าแล้ว..T_T
หนังบอกว่า เด็กในประเทศจีนหลายพันคนต้องออกจากรร.กลางคันเพื่อทำงานหาเงิน
เง้อ..
พอหนังจบ เปิดไฟ แล้วหันไปหาเพื่อน หุหุ...ไม่ใช่เราคนเดียวนี่นาที่...ตาบวม
May 11 หนังฝรั่งเศสและวัดวัง หุหุไม่กี่วันก่อนดูหนังฝรั่งเศสเรื่องนึง สนุกดี
ดูแล้วอิ่มเอม แต่ว่าจำชื่อไม่ได้นี่จิ่ ไว้ถามเพื่อนที่เอามาให้ดูแล้วจะมาโพสนะ
เป็นหนังเรื่อยๆ ไม่ใช่หนังรัก ไม่ใช่หนักตลก แต่ก็แอบมีมุกให้ฮาได้อยู่เรื่อยๆ
ชอบๆ ให้สี่ดาว ยังไม่เท่าหนังญี่ปุ่นเรื่อง always (เรื่องนี้ ทั้งตลก ทั้งน้ำตาซึม ชอบมั่กๆๆ)
------------------------------------------------
ก่อนที่เราจะมา ส่วนใหญ่จะมีแต่คนพูดถึงด้านลบของคนเกาหลี หรือประเทศเกาหลีให้ฟัง
ตั้งแต่เรียนที่มหาลัย ฟังแต่ด้านไม่ดีมาตลอด เช่น คนเกาหลีเดินชนแล้วไม่ขอโทษ ชอบโวยวายเสียงดัง จิกด่าผู้หญิง ด้านดีๆมีน้อยมาก ไม่ค่อยจะชื่นชมกันซักเท่าไหร่ นอกซะจากพวกดารานักร้องอ่านะ
แต่พอได้มาสัมผัสเอง จริงๆแล้วเกาหลีก็มีอะไรดีๆให้เห็นอยู่ทั่วไป ถ้าเราจะมองเค้าอย่างเป็นธรรมและเข้าใจความต่างของวัฒนธรรมนะ
ใช้วิชาที่เรียนจากมหาลัยมาประยุกต์ซะ (เด็กอักษรทั้งหลาย)ฮ่าๆ
เราเองก็ได้เห็นทั้งสิ่งที่หลายๆคนบอกเราก่อนมา มันก็จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง บางอย่างก็จริงอย่างที่เค้าว่ากัน แต่ว่าก็มีบ้างบางครั้งที่เราใช้มุมมองเรา ใส่ความเข้าอกเข้าใจลงไปบ้าง ก็ทำให้เราเห็นต่างออกไปจากสิ่งที่รู้มานะ
จริงๆแล้วเค้าไม่ได้ร้ายอะไรอย่างที่ได้ฟังมาหรอก มันก็แค่ความต่างมากกว่า เค้าแค่ทำต่างจากสิ่งเราเรียน รู้ และก็โตมาต่างหาก
คนเราก็งี้แหล่ะน๊า...ใครต่างจากตัวเองก็ถือว่าผิด..ใช่ม๊า?
วันอังคารที่ผ่านมา เป็นวันเด็กของที่นี่ ไปเที่ยวสวนสาธารณะมา (어린이대공원) (เด็กๆน่าร๊ากกกกมาก)
จากการไปเที่ยวครั้งนี้ทำให้เห็นและก็ประทับใจกับครอบครัวคนเกาหลีมากขึ้นอีก (จากเดิมที่เคยไปบ้านน้องเกาหลีมาแล้ว ตอนนั้นก็ประทับใจมาก ไว้วันหลังจะเล่าให้ฟังนะ) พ่อแม่พาลูกๆไปสวนสาธารณะ ปิกนิก นั่งปูเสื่อกินอาหารใต้ตนไม้ เล่นกัน คุยกัน น่ารักดี ดูแล้วคิดถึงที่บ้านมากๆ นี่แหล่ะด้านดีอีกด้านของคนเกาหลี เค้าให้ความสำคัญกับครอบครัวและการเรียนรู้ของลูกๆมากๆ และไม่ใช่แค่วันเด็กเท่านั้น ทุกครั้งที่เราไปสวนสาธารณะหรือว่าที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ก็จะเห็นครอบครัวเกาหลีไปเที่ยวกัน น่ารักมากๆ
พูดถึงการใช้เวลาในวันหยุดของคนเกาหลีนะ เค้าไม่ได้เอาแต่ไปห้างเหมือนพี่ไทยเรานะ เค้าไปสวน และก็ที่อื่นๆอีกมาก ทั้งแกลลอลี่ภาพ วังต่างๆ
เมื่อวานนี้เอง ไปวังกับพี่จุ๋ม เห็นวัยรุ่นไปเดินเที่ยววังกันเป็นคู่ๆ น่ารักออก เดทกันที่วัง อิอิ ต่างจากคนไทยมากไม่ค่อยจะเห็นใครพาแฟนไปเที่ยววัดเที่ยววังซักเท่าไหร่ ส่วนมากก็โรงหนังนู่น จริงมะ? ก็ไม่รู้ว่าทำไมเป็นงั้นเนอะ? จะบอกว่าอากาศร้อน ก็ไม่ใช่นะ เพราะว่าตอนนี้ที่นี่ก็ร้อนอบอ้าวเหมือนกัน
|
|
||||
|
|